วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างรูปเล่มรายงานโครงงาน


ตัวอย่างรูปเล่มรายงานโครงงาน







การเขียนรายงาน



ส่วนประกอบ 9 บท



บทที่ 1 บทนำ ได้แก่ชื่อโครงงาน ชื่อวิชาที่เกี่ยวข้อง ชื่อผู้ทำโครงงาน ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ชื่อผู้เชี่ยวชาญ คำขอบคุณองค์กรหรือผู้เกี่ยวข้องที่ให้การสนับสนุนโครงงาน และบทคัดย่อ

บทที่ 2 รายละเอียดของโครงงาน ได้แก่ แนวคิด ที่มา ความสำคัญ และวัตถุประสงค์ในการทำโครงงาน

บทที่ 3 หลักการและทฤษฎี ได้แก่ หลักการและทฤษฎีที่สนับสนุนการทำโครงงาน

บทที่ 4 วิธีการดำเนินการ ได้แก่ ขั้นตอนการปฏิบัติงานตามความเป็นจริง

บทที่ 5 ผลที่ได้รับจากโครงงาน ได้แก่ ภาระงาน ชิ้นงาน หรือกิจกรรมที่ได้จากการดำเนินโครงงานนั้น

บทที่ 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ ได้แก่ การสรุปข้อมูลที่ได้จากภาระงาน ชิ้นงาน หรือกิจกรรมอิสระในโครงงาน ตลอดจนปัญหาแล้วแนวทางการแก้ไขปัญหาที่พบในขณะทำโครงงาน

บทที่ 7 ประโยชน์และแนวคิดในการพัฒนาโครงงาน ได้แก่ ประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงาน การนำภาระงาน ชิ้นงาน หรือกิจกรรมอิสระ ที่ได้จากการทำโครงงานไปใช้ประโยชน์และข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงงานในอนาคต

บทที่ 8 บรรณานุกรมและภาพผนวก ได้แก่ หนังสือ วารสาร เอกสาร เว็บไซต์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เป็นแหล่งค้นข้อมูลทั้งหมด

บทที่ 9 คู่มือการใช้งาน ได้แก่ รายละเอียดในการทำภาระงาน ชิ้นงาน หรือกิจกรรมอิสระที่ได้จากการทำโครงงานไปใช้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ทรัพยากรหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน และข้อเสนอแนะในการใช้โครงงานนั้น




ตัวอย่างเว็บไซด์ที่มีข้อสอบ


 ตัวอย่างเว็บไซด์ที่มีข้อสอบ

1.http://forum.02dual.com/index.php?topic=1470.0
2.http://testo-net.oporjang.com/

ตัวอย่างข้อสอบจำนวน 5 ข้อ

ข้อสอบ O-net
วิชา คณิตศาสตร์


รวม 5 ข้อสอบแอดมิชชั่น ฉายา "ปวดตับแห่งปี 2013"

รวม 5 ข้อสอบแอดมิชชั่น ฉายา "ปวดตับแห่งปี 2013"
รวม 5 ข้อสอบแอดมิชชั่น ฉายา "ปวดตับแห่งปี 2013"
รวม 5 ข้อสอบแอดมิชชั่น ฉายา "ปวดตับแห่งปี 2013"
รวม 5 ข้อสอบแอดมิชชั่น ฉายา "ปวดตับแห่งปี 2013"

ท ี่มา  http://www.dek-d.com/admission/33676/


วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงาน เรื่อง สารคดีท่องเที่ยวเกาะแสมสาร










     
ประโยชน์ของการทำโครงงาน


1.    ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงานต่าง ๆ 
2.       ทำให้กล้าคิด กล้าแสดงออกมากขึ้น
3.       ทำให้รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ
4.       รู้จักการทำงานร่วมกัน
5.       รู้จักการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี
6.       เกิดการพัฒนาความคิด รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
7.       ทำให้รู้จักการแบ่งเวลา 
8.       ทำให้รู้จักการแก้ปัญหาต่าง ๆ 
9.       รู้วิธีการทำงานต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการทำงาน

10.   ทำให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเรียนวิชามนุษย์กับหลักจริยศาสตร์ 






วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบไอทีด้านลบ




ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านลบ
(Impact of Information Technology)














ฮือฮา! นู้ดคอซอง ว่อนเน็ตรับวันครู








จากการกระทำดังกล่าวของเด็กนักเรียน 7 คนที่โพสรูปภาพลักษณะลามกลงใน Internet ถือว่ามีความผิดตาม พรบ คอมพิวเตอร์ตาม มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้



ผลกระทบ
     ก่อให้เกิดผลด้านศิลธรรม การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วในระบบเครือข่ายก่อให้เกิดโลกไร้พรมแดน แต่เมื่อพิจารณาศิลธรรมของแต่ละประเทศ พบว่ามีความแตกต่างกัน ประเทศต่างๆผู้คนอยู่ร่วมกันได้ด้วยจารีตประเพณี และศิลธรรมดีงามของประเทศนั้นๆ การแพร่ภาพหรือข้อมูลข่าวสารที่ไม่ดีไปยังประเทศต่างๆ มีผลกระทบต่อความรู้สึกของคนในประเทศนั้นๆที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน และมีค่านิยมแตกต่างกัน ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่สับสนต่อค่านิยมที่ดีงามดั่งเดิม เกิดการลอกเลียนแบบ อยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ ที่ผิดศิลธรรม จนกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องในกลุ่มเยาวชน เมื่อเยาวชนปฏิบัติต่อๆ กันมาก็จะทำให้ศิลธรรมของประเทศนั้นๆ เสื่อมสลายลง




credit: http://krittapartm5716165.blogspot.com/








วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตัวอย่างโครงงานจากวิชาการดอทคอม




ชื่อโครงการ

ซอฟต์แวร์ uGuide ไกด์ส่วนตัวฉบับพกพา


หมวดวิชา
คอมพิวเตอร์


บทคัดย่อ
ปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปจับจ่ายซื้อของ พักผ่อน หรือนัดพบกัน ซึ่งห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่นั้นจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ลูกค้ามักสับสนเกี่ยวกับที่ตั้งของร้านค้าต่างๆ นอกจากนี้เมื่อทางร้านค้าต้องการการประชาสัมพันธ์ก็มีข้อจำกัดในแง่ของสื่อที่ใช้ประชาสัมพันธ์ เนื่องจากปริมาณของลูกค้า พื้นที่ และค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทใบปลิวที่จะสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นเราจึงนำเสนอแนวทางของการประยุกต์โทรศัพท์มือถือให้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ทำให้ลูกค้ารับรู้ที่ตั้งของร้านค้า ได้รับข่าวสารของการส่งเสริมการขาย และค้นหาร้านค้าที่สนใจได้ โครงงานนี้เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์โมไบล์ที่ชื่อว่า “uGuide” ซึ่งประกอบด้วย 3 ฟังก์ชัน ได้แก่ ฟังก์ชัน Promotion สำหรับดึงข้อมูลของรายการส่งเสริมการขายภายในห้างสรรพสินค้าในรูปของข้อความสั้นๆ ฟังก์ชัน Browse สำหรับให้ลูกค้าค้นหาร้านค้าที่สนใจจากใน 12 หมวด และฟังก์ชัน QRCapture ทำหน้าที่แสดงข้อมูลของร้านค้าด้วยการอ่านบาร์โค้ด 2 มิติที่ติดอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์เช่น นิตยสาร หรือป้ายต่างๆ แนวทางหลักที่เรายึดในการพัฒนาซอฟต์แวร์คือ วิธีใช้งานที่ง่ายด้วยขั้นตอนที่ผู้ใช้ทั่วไปคุ้นเคย เช่น กดอ่านข้อความ กดเลือกจากชื่อ หรือกดเพื่อถ่ายภาพ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อความหรือเชี่ยวชาญในการค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ซอฟต์แวร์นี้จะทำให้สามารถเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างธุรกิจสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าการส่งข้อความ SMS ทั่วไป



ที่มา
http://www.vcharkarn.com/project/662






วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรื่อง ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์




เรื่อง ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์


ขั้นตอนการจัดทำโครงานคอมพิวเตอร์ มีกี่ขั้นตอน

อะไรบ้าง พร้อมรายละเอียดแต่ละขั้นค่ะ











1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ

โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์






2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล

รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย


จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม



3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข

รายงานรายละเอียดที่ต้องระบุ
ชื่อโครงงานทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
ประเภทโครงงานวิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
ชื่อผู้จัดทำโครงงานผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
ครูที่ปรึกษาโครงงานครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทำโครงงานของนักเรียน
ครูที่ปรึกษาร่วมครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม ให้คำแนะนำในการทำโครงงานของนัีกเรียน
ระยะเวลาดำเนินงานระยะเวลาการดำเนินงานโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กำหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้
แนวคิด ที่มา และความสำคัญสภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
วัตถุประสงค์สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
หลักการและทฤษฎี  หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
วิธีดำเนินงาน กิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้ัรับผิดชอบ
ขั้นตอนการปฏิบัติ  วัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
เอกสารอ้างอิงสื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน


4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต



5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ



6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด








  



ที่มา https://ipattapong.wordpress.com/2011/12/28/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1/













วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรื่อง ประเภทของสื่อการเรียนรู้







    

แบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่






1.บุคคล (People)ทรัพยาการบุคคล เช่น ครูหรือผู้บริหารการศึกษาซึ่งได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ถือเป็นสื่อสำคัญในการขยายหรือสร้างเสริมประสบการฯการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน นอกจากนี้ บุคคลที่มีความรู้และทักษะในอาชีพตนเองก็สามารถที่จะเป็รผู้เชี่ยวชาญที่จะถ่ายทอดความรู้และทักษะเฉพาะให้กับผู้เรียนได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น วิศวกร ปราชญ์ชาวบ้าน พนักงานธุรกิจ ผู้นำทางศาสนา เป็นต้น ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะไม่ได้รับการอบรมโดยตรงให้เป็นนักการศึกษา แต่ด้วยความรู้และทักษะอันเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะก็สามารถที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ให้แก่ผูเรียนได้

     








2.วัสดุ(material) วัสดุทางการศึกษาที่บรรจุเนื้อหาการเรียนการสอน ได้แก่ วีดิทัศน์ เทปเสียง ซึ่งในปัจจุบันเก็บในรูปแบบของแผ่นซีดีรอมหรือแผ่นดีวีดี รวมถึงเกมคอมพิวเตอร์ ภาพยนต์สารคดีต่างๆ

  


   

3.สถานที่(setting)สถานที่ในที่นี้หมายถึงสภาพแวดล้อมที่มีส่วนสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนการรู้ของผู้เรียน เช่น ห้องสมุด สนามเด็กเล่น หอประชุม เป็นต้น ส่วนสถานที่และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ในชุมชน ได้แก่ อาคารสถานที่ที่เป็นประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น โรงงาน วัด ถนน พิพิธภัณฑ์ชุมชน สวนสาธารณะ อุทยานและแหล่งทรัพยาการธรรมชาติในท้องถิ่น





   4.เครื่องมือและอุปกรณ์(toole and equipment)เป็นทรัพยากรการเรียรู้ที่ช่วยในการผลิตหรือเป็นเครื่องช่วยนำเสนอร่วมกับทรัพยากรอื่นๆ มักเป็นเครื่องมือทางด้านโสตทัศนูปกรณ์ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมใช้ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องมือ เช่น กระดาษ ไขควง กาว กรรไกร



      5.กิจกรรม(activities)เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้มีการดำเนินงานร่วมกับแหล่งทรัพยากรอื่นๆ การสอนแบบโปรแกรม สถานการณ์จำลองและเกม ทัศนศึกษา กระบวนการกลุ่ม









แหล่งที่มา


- http://www.trueplookpanya.com/true/blog_diary_detail.php?diary_id=3636
















วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)





 โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา 
(Educational Media)







1. ความหมายของ Educational Media พร้อมรายละเอียด

    สื่อการศึกษา หมายถึง วัสดุที่เสนอเนื้อหาสาระความรู้แก่ผู้รับ ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อ อาจเป็นสื่อที่ให้สารสนเทศในตัวเอง หรือ อาจเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ในการนำเสนอ การเรียนการสอนในชั้นเรียน การบริการสารสนเทศในห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เทคนิค วิธีการ ให้ทันกับความก้าวหน้าและวิทยาการของโลกผู้สอน จำเป็นต้องใช้สื่อการศึกษา / สื่อการสอนเข้ามาช่วย
ผู้เรียน อาศัยสื่อเพื่อการเรียนรู้ ค้นคว้าตัวตนเองได้ เป็นเครื่องเสริมให้สามารถรับรู้ได้ทัดเทียมกับผู้อื่น เพิ่มทักษะการศึกษา และสามารถสนองตอบต่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างของผู้สอนและผู้เรียน
สื่อหรือวัสดุสื่อ จำแนกได้เป็น
สื่อสิ่งพิมพ์ (Printed Media) หรือสื่อพิมพ์
สื่อที่ไม่ใช่สิ่งพิมพ์ (Nonprinted Media) หรือสื่อไม่พิมพ์ แบ่งได้กว้าง ๆ คือ
สื่อโสตทัศน์ (Audio-Visual Media) หมายถึงสื่อที่ให้สารวนเทศด้วยการฟัง และการมองเห็น
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Media) หมายถึงสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์



ภาพตัวอย่าง Educational Media มา 2 โปรแกรม













วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์






ห้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้


1.โครงงาน (Project) หมายถึงอะไร

- กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงาน

- Processes 1. Study books and research how to increase pineapples in farms
2. Write project work
3. Prepare farms
4. Consult with the wisdom person
5. Use Golden Apple Snail , coconut juice, EM, and sugar to fertilize the soil in controlling pineapple farm
6. Compare the amount of products between two farms..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/16301


2. โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร ?

- กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อ



3. ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ มีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media) ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล       
       
     
    
2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development) เช่น โปรแกรมประเภท 3D
     

    
3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment) เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว
        
     
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
      
     
5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development).